[Fic Reborn ??96]:Fake words for blue mist
posted on 03 Feb 2008 18:19 by saso-kun in Fictionsไม่ได้เขียนฟิคนาน งวดนี้ขอเคาะสนิมดูบ้าง สารภาพว่าได้แรงบันดาลใจมาจากฟิค6996ของทั่นเน เป็นปัจจัยทำให้ไฟติด 555+ เลยลองเอากะเค้าซักตั้ง ;P แฮ่ม...ขอออกตัวก่อนว่าผมเป็นพวกแยกแยะไม่ออกระหว่าง”โรแมนติก” กับ”น่ารัก” หรือ “น้ำเน่า”-w- เพราะงั้น...จึงไม่สามารถรับประกันได้ว่าทั่นผู้อ่านจำเป็นต้องมีถุงอ้วกไว้ข้างตัวขณะอ่านรึเปล่า (แต่ถ้าจะให้ดีควรมีไว้ดีกว่า...กันเหนียวงัย)
Thx เหล่าแรงบันดาลใจที่ทำให้ฟิคนี้เป็นตัวเป็นตนขึ้นมาได้
ทั่นเน -สำหรับแรงบันดาลใจ และ6996สุดยอด
ละครน้ำเน่าหลังข่าวผู้ช่วยยามหมดมุก
แกงโฮะ และ น้ำส้มผสมกัญชา
เอาล่ะพล่ามมานานเชิญทัศนา....
+++++++++++++++++++++++++++++++
[Fake Word for Blue Mist ]
Pairing...?? x Chrome
By...-(( 666 Error ))-
Note : ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ....อ้อ แล้วอย่าปารองเท้ามาหลังอ่านจบนะ
+++++++++++++++++++++++++++++++
[.....อย่าได้หวั่นกลัว ...
ภาพมายาใดๆ... ....เพราะโลกของเราไซร้....
....ล้วนอยู่บนสิ่งหลวกลวง.]
หิมะเริ่มโปรยตัวเบาบาง เรียงตัวต้องพื้นทางเดินที่ปูด้วยทรายล้างในสวนสาธารณะประจำเมือง...ในเช้าหน้าหนาวที่แห่งนี้กลายเป็นไร้ผู้คน เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่น่าออกมาเดินเล่นเท่าไหร่นัก...แต่อาจไม่ใช่ สำหรับเธอคนนี้...
หนึ่งเกล็ดน้ำแข็งลอยตัวแช่มช้าจากฟ้าเบื้องบน...อ้อยสร้อย...และพลิ้วไหวราวกับกำลังร่ายรำไปตามจังหวะหวีดหวิวของสายลม...หากเพลงลมช่างแสนสั้น ไม่นานนักก็พัด...ทิ้งให้เกล็ดหิมะลอยต่ำลงจนในที่สุดก็ทิ้งตัวประทับลงที่ผิวแก้มใสของเด็กสาว...อย่างอ่อนโยน...ไม่ต่างอะไรกับจุมพิตของรักแรก
ร่างบอบบางไหวตัวน้อยนิดเมื่อรู้สึกถึงความเย็นบนผิวแก้ม นัยน์ตาสีอเมทิสต์กระพริบมองขึ้นไปเหนือศีรษะ...ปุยน้ำแข็งอีกนับร้อยกำลังโรยตัวลงมา ปลายนิ้วเรียวปาดสัมผัสเย็นออกจากใบหน้า ยื่นมือออกไปรับสะเก็ดสีขาวจากฟากฟ้า...เหมือนเด็กน้อยที่ไม่เคยรู้จักหิมะ...
...หลังจากพาตัวเองออกจากใต้ผ้าห่มอุ่นออกมาเดินเรื่อยเปื่อยไปตามถนนไร้ผู้คนได้ชั่วโมงกว่า พระเจ้าก็ส่งหิมะแรกของวันลงมาทักทาย โรคุโด โคลม เด็กสาวห่อไหล่เหมือนลูกแมวที่เจอกับอากาศเย็น...แม้เธอจะเต็มใจออกมาเจอกับสภาพอากาศเย็นจัด แต่สำหรับใครบางคนต้องไมพอใจแน่ถ้ารู้ว่าเธอแอบเดินเล่นในวันหิมะตก...และจะยิ่งเกรี้ยวกราดเป็นทวีคูณ ถ้าเธอกลับไปโดยไม่สบาย...
กำหิมะเย็นเยียบสู่อุ้งมือเล็ก...พลันกระหวัดนึกถึง”ความฝัน”ที่ผ่านมา.... “ฝัน” ที่หิมะเช่นเดียวกัน...หากไม่มีแม้แต่ไอเย็น...เพราะเป็นภาพลวงตา หรือเพราะได้อยู่กับคนคนนั้นกันแน่นะ...?
....โคลมที่น่ารักของผม...
น้ำเสียงแสนอบอุ่นเอ่ยเรียกเธออย่างนั้นทุกครั้ง...แม้ว่าตัวเธอเองไม่เคยคิดว่าสภาพที่เหลือเพียงตาข้างซ้ายข้างเดียว...จะไม่น่ารักเอาเสียเลยก็ตาม
...ถ้าตอนนี้ คนคนนั้นอยู่ข้างๆเหมือนในฝัน...จะดีแค่ไหนนะ...?
ปล่อยหิมะลงพื้นเช่นเดียวกับบอกให้ตัวเองปล่อยวางความคิด...ไม่มีทางที่โรคุโด มุคุโรจะปรากฏกายในเวลานี้ได้...ไม่มีทาง...
“...ท่านมุคุโร่”
“ครับ?” เสียงเสียงหนึ่งขานรับแผ่วเบาที่ข้างหู เสียงที่เคยได้ยินมาครั้งหนึ่ง...โคลมไหวตัวไปตามที่มา เมื่อประสานตากับนัยน์เนตรสีนิล เรียวคิ้วบางก็มุ่นเข้าหากันนิดๆ
ใบหน้าที่อยู่ห่างกันเพียงคืบล้อมกรอบด้วยเรือนผมสั้นสีดำที่ออกจะยุ่งนิดๆตามแบบของฮิบาริ เคียวยะ นัยน์ตาเรียวคมสีเข้มที่ออกจะดุๆ หากในเวลานี้เรติน่าข้างขวากลับถูกเคลือบด้วยสีแดงสดและส่วนที่ควรเป็นตาดำก็แทนที่ด้วยสัญลักษณ์เลขห้า
“ท่านมุคุโร่...เหรอคะ?” เสียงหวานกระซิบถามเบาๆราวไม่เชื่อสายตา
ร่างสูงไม่ตอบ...เพียงขยับยิ้มอ่อนโยน...ถึงจะเป็นยิ้มที่ตัวเองชอบทำ หากเมื่ออยู่บนใบหน้าของฮิบาริแล้ว...ช่างดูแปลกตา “ยืมร่างคุณฮิบารินี่ วางตัวลำบากเหมือนกันนะครับ”
โคลมมองชายที่อยู่ข้างหน้า...แม้รูปลักษณ์จะแตกต่างแต่ความอบอุ่นในกระแสเสียงและคำพูดต่างยืนยันว่าตัวตนที่ซ่อนอยู่ใต้’เปลือก’คือโรคุโด มุคุโร่ ไม่ผิดแน่...
มือเล็กๆเอื้อมออกไปแตะที่ซีกแก้มขวาของเด็กหนุ่ม...ปานจะยืนยันกับตัวเองว่านี่ไม่ใช่เพียงความฝันหรือมายาหลอกลวง นัยน์ตากลมโตจ้องค้างอยู่อย่างนั้น กลัวว่าถ้าหากกระพริบตา ร่างนี้จะหายไป...เป็นเพียงภาพลวงตา
เหมือนจะรู้ถึงความรู้สึก...ปลายนิ้วมนแตะที่มือเล็กแนบไว้ข้างแก้ม...แม้มือของเธอจะเย็นเยียบด้วยไอหิมะ...
“กลับมาแล้วครับ โคลมที่น่ารักของผม” เอ่ยเหมือนจากไปแสนนาน แตะริมฝีปากเบาๆบนผ่ามือบอบบาง คลี่ยิ้มละไม “มือเย็นมากเลยนะ”
ร่างบางค่อยชักมือกลับ หลุบสายตาลง พวงแก้มขาวๆซับสีจาง ท่าทีที่เหมือนจะเอียงอายทำให้เด็กหนุ่มอดหัวเราะเบาในลำคอไม่ได้
“ถ้าหนาวล่ะก็...ยืมของคุณฮิบาริไปก่อนสิครับ” มือหนาปลดผ้าพันคอสีเข้มคล้องให้กับร่างเล็ก
“แต่ว่า...” เสียงหวานละลักละล่ำ แตะนิ้วบนผ้าไหมพรมในแบบที่บอกว่าประหม่า
“รักษาสุขภาพไว้ดีกว่านะครับ”
“...ค่ะ” เม้มปากเข้านิด ช้อนสายตามองอีกคน “แล้วท่านมุคุโร่ไม่หนาวเหรอคะ?”
“อ๋อ...” เลิกคิ้วขึ้นนิด ปรายตาไปยังเด็กสาวที่เหมือนจะลำบากใจอยู่หน่อยๆ ร่างสูงโน้มตัวเข้าใกล้ช้อนปลายผ้าที่เหลือคล้องไว้ที่คอตัวเองอย่างหลวมๆ “ถ้าแบบนี้...ก็ไม่หนาวทั้งสองคนแล้วใช่มั้ยล่ะ?”
โคลมเหลือบมองใบหน้าคมคายที่อยู่ชิดจนรู้สึกได้ถึงกลิ่นหอมอ่อนจากเรือนผมสั้นดำขลับ ออกจะแน่ใจ...ว่าคนข้างๆหันหน้ามา ริมฝีปากคงจะแตะโดนผิวแก้มเธอเป็นแน่
ไม่ทันที่จะได้ว่ากล่าวอะไรมือหนาก็ดึงร่างบางให้เอนลงจนล้มกลิ้งไปด้วยกัน เด็กสาวหลุดเสียงอุทาน เมื่อรู้ตัวอีกที เธอก็พิงซบกับอ้อมอกอุ่น แว่วยินเสียงหัวเราะเบาๆมาจากอีกคน
“ท่านมุคุโร่ เล่นอะไรกันคะ!” กดเสียงเล็กๆเหมือนลูกแมวที่ขุ่นเคือง ค่อยดันร่างออกจากการเกาะกุมของเด็กหนุ่มผ้าพันคอสีสว่างหลุดไปอยู่กับเธอ
“นี่...เคยดูหิมะตกแบบนี้มั้ย?โคลมที่น่ารักของผม”
“เอ๊ะ?” นัยน์ตาสีสวยแหงนขึ้นไปตามคำถาม แล้วก็รู้คำตอบ...เกล็ดหิมะขาวพราวยามโรยตัวจากฟ้ากระทบแสงในอากาศประกายวูบเหมือนดาวที่กำลังร่วงหล่น
“สวยใช่มั้ยล่ะครับ?” เสียงทุ้มเปรยเบาๆ ยิ้มให้กับความสวยงามที่ว่างเปล่า
“ค่ะ”
“ผมเคยอ่านหนังสือเล่มนึง...เค้าบอกว่าหิมะคือน้ำตาของนางฟ้า” เอื้อมมือออกไปในอากาศเหมือนกำลังไขว่คว้าบางสิ่งที่มองไม่เห็น
“นางฟ้า...มีเรื่องเศร้าด้วยเหรอคะ?” หันไปมองคนที่ยังนอนอยู่บนบนปุยหิมะสีขาวเหมือนไม่รู้สึกรู้สากับความเย็น
“ไม่ได้บอกสักหน่อยนี่ครับ ว่านางฟ้าร้องไห้เพราะเศร้า” เสียงหัวเราะที่เหมือนขมขื่นเล็ดรอดจากริมฝีปาก นัยน์ตาคู่คมหลับลงปานจะซ่อนความรู้สึกไว้หลังเปลือกตา “...บางที...อาจเป็นน้ำตาที่เกิดจากการหัวเราะเยาะมนุษย์ผู้โง่เขลาอยู่ก็ได้...”
..มนุษย์ผู้โง่เขลา...?
...ปากบอกว่ามนุษย์ช่างไร้ค่า...หากตัวเองกลับปกป้องไว้ราวกับสมบัติที่แสนหวงแหน...
....เหยียดหยามคนทั้งโลก...หากเอื้อมมือไปคอยโอบอุ้ม คุ้มครอง...
....เหมือนกันจริงๆ....
โคลมเหลือบมองเด็กหนุ่มเงียบๆก่อนจะเบนสายตาไปที่กลางฝ่ามือตัวเอง...เส้นสายบางอย่างประสานกันเป็นรูปร่างเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นขีดเขียนจนในที่สุดก็แสดงรูปร่างเป็นกุหลาบดอกหนึ่ง
“พูดเหมือนเหมือนคุณฮิบาริเลย”
“คิดอย่างนั้นหรอกเหรอครับ” หัวเราะอีกครั้ง เปิดเปลือกตามองฟ้าขาวโพลนด้วยสายตาว่างเปล่า “บางที...ผมก็อดคิดไม่ได้ว่า...โลกใบนี้ช่างว่างเปล่า...เราต่อสู้เรื่อยไป...ทั้งที่ไม่รู้ว่าเพื่ออะไร...และเพื่อใคร”
ร่างสูงถอนหายใจเป็นไอขาว เหยียดยิ้มเย้ยหยัน...ที่ดูแล้วก็เหมาะสมกับใบหน้านั้นดี...หากไม่น่ามองเท่ายิ้มอ่อนหวานที่มอบให้ใครๆด้วยใจรัก
“ก็เพื่อคนที่รักไม่ได้เหรอคะ?” ร่างเล็กกอดเข่าตัวเองเหมือนลูกแมวเล็กๆ ทาบริมฝีปากลงบนกุหลาบสีเลือดที่เพิ่งสร้างขึ้นด้วยมือตัวเอง...ราวสมมุติกับตัวเองว่าบางกลีบอ่อนหวานนั้นคือผิวแก้มใครบางคนที่ไม่อาจสัมผัส
คนผมดำยันร่างขึ้นนั่งเสมอกับเด็กสาว จ้องดวงหน้าหวานจนเธอมองกลับมาอย่างสงสัย
“เหมือนที่โคลมสู้เพื่อผมน่ะเหรอครับ?”
โคลมนิ่งอึ้งกับคำถามที่คาดไม่ถึงยิ่งสบดวงตาคู่คมที่เหมือนรอคอยคำตอบแล้วเหมือนผิวแก้มจะถูกเคลือบด้วยไอร้อนจางๆ
“......เอ่อ”
“...ถ้าใช่...ก็แปลว่าผมเป็นคนที่โคลมรัก...” กระซิบแผ่วเบาโดยไม่รอคำตอบ เอื้อมดึงมือเล็กที่ถือกุหลาบให้สูงขึ้นนิด ช้อนสายตาสบกับเด็กสาวก่อนจะ....ตัดสินใจจูบแผ่วเบาบนบางกลีบ...ที่เดียวกับที่ โคลมเคยสัมผัสด้วยริมฝีปากนุ่มหวาน...
....จูบทางอ้อม...?
นัยน์ตากลมโตเบิกขึ้นนิดๆ...ไม่รู้อะไรที่ทำให้เธอหัวใจเต้นแรงจนหูอื้อ... คำพูดที่เหมือนฉากหนึ่งในภาพยนตร์โรแมนติก...หรือเรียวปากที่เคลียคลอกับบางกลีบอ่อนหวานกันแน่...? “
ท่านมุคุโร่” เค้นเสียงออกมาได้เพียงเท่านั้น ดวงหน้าสวยร้อนจัดจนรู้สึกได้
“ไม่รู้คุณฮิบาริจะทำหน้ายังไงนะ? ถ้ารู้ว่าผมยืมร่างเค้ามาทำอะไรแบบนี้”หัวเราะในลำคอพลางเขี่ยปลายนิ้วบนแก้มเหมือนแก้เขิน...
“...ไม่มีทางรู้แน่ๆค่ะ” ตอบทั้งๆที่หน้ายังไม่หายร้อน “...อย่างน้อย...ก็ตอนนี้”
“ไม่แน่นะครับ...บางทีตอนนี้...คนคนนั้นอาจแอบมองเราอยู่ก็ได้” เอ่ยอย่างมีความนัย แต่พอสบรู้สึกได้ถึงแววตาแสนใสซื่อที่มองมาอย่างฉงนก็คลี่ยิ้มกลบเกลื่อน
“อากาศเริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆแล้วนะครับ โคลมน่าจะกลับได้แล้วนะ” เริ่มประโยคที่เหมือนพยายามเบี่ยงประเด็น เด็กหนุ่มยันร่างลุกขึ้น ส่งมือให้สาวน้อย “ก่อนจะคืนร่างให้คุณฮิบาริ ผมไปส่งโคลมก่อนแล้วกัน”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” ปฏิเสธความหวังดี สาวน้อยลุกขึ้นช้าๆ มองใบหน้าคมคายแล้วยิ้มบาง “นานๆจะได้ออกมาข้างนอก ท่านมุคุโร่ก็ไปที่ที่อยากไปเถอะค่ะ ฉันกลับเองได้”
นัยน์ตาสองสีเลิกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะให้กับตัวเอง เอื้อมมือลูบบนเรือนผมดำขลับของคู่สนทนาอย่างแสนเอ็นดู
....เห็นแก่ความสุขคนอื่นก่อนสิ่งที่ตัวเองโหยหารึ...?
“...เข้าใจแล้วครับ โคลมที่น่ารักของผม” เอ่ยแผ่วเบา ช้อนกุหลาบในมือเล็กขึ้นจูบอีกครั้ง...แทนคำอำลา
“รักษาสุขภาพด้วยนะครับ”
โคลมพยักหน้าแทนคำตอบ ปลดผ้าพันคอผืนสวยคล้องให้กับเด็กหนุ่ม ”ท่านมุคุโร่ก็เหมือนกันนะคะ”
เด็กสาวค่อยพาตัวเองออกจากที่นั่น ก่อนที่จะก้าวพ้นจากสวนสาธารณะ เธอก็หันไปยังจุดเดิมอีกครั้ง คนตัวสูงโบกมือน้อยๆให้เป็นครั้งสุดท้าย ไม่นาน...ร่างบอบบางก็หายลับไป ขณะที่เขายังยืนอยู่ที่เดิม
“เป็นเด็กดีนี่นา...?” เอ่ยกับตัวเองเบาๆถอนหายใจเป็นไอขาว ...ใช่ เพราะเป็น”เด็กดี” จึงอดคิดไม่ได้ว่า....
“...ไม่เหมาะสมกับนายซักนิด โรคุโด มุคุโร่” รู้สึกเคืองนัยน์ตาข้างขวา เอื้อมมือแตะบนกระจกตา ไม่นานก็เลื่อนปลายนิ้วออกแผ่นพลาสติกบางใสนอนสงบนิ่งเหมือนทาสรับใช้ที่ซื่อสัตย์
เงยหน้าขึ้นพร้อมกระพริบตาสองสามครั้งให้หายระคายเคืองกับสิ่งแปลกปลอมที่เคลือบกระจกตาอยู่เมื่อครู่....เก็บคอนเทคเลนส์สีแดงใส่ตลับอย่างแสนถนอม...เพราะรู้ดีว่าต้องได้ใช้อีกอย่างน้อยก็หนึ่งครั้ง...
ฮิบาริถอนใจอีกครั้ง นัยน์ตาสีนิลแสนเย็นชากลับมาเป็นดังเดิมหลังจากที่ทนเล่นละครเป็นมุคุโร่อยู่ครู่หนึ่ง...เขาเพิ่งค้นพบตัวเองว่าตัวเองก็สร้าง”สิ่งลวง”ได้ดีไม่น้อยกว่ามุคุโร่...โดยไม่จำเป็นต้องผ่านพิภพทั้งหก
ไม่รู้สึกใดๆว่าสิ่งที่ตัวเองทำช่างผิดมหันต์....ทั้งที่คนทั้งโลกต่างบอกว่า “หลอกลวง” ....เขาแค่คิดว่าเด็กคนนั้น...มีแววตาที่น่าสงสาร...เศร้าสร้อยและเหมือนจะโหยหาบางสิ่งอยู่ตลอดเวลา...
....โหยหาอ้อมกอดที่ใครสักคนจะมอบให้ด้วย “รัก”...
กระนั้น...ในเมื่อ “กอด” ที่เธอได้ปรากฏเพียงในฝันลวง...เขาก็จะเป็นผู้ทำให้มันจับต้องได้เอง .
..แม้จะเป็นการกระทำที่เหมือนจะเห็นแก่ตัวและหลอกลวงอย่างร้ายกาจ....แต่เขาไม่แคร์...
....แคร์แต่ว่าให้เด็กสาวที่แสนเศร้าคนนั้นก้าวออกจากม่านหมอกอันมืดมนได้...
....แค่นั้น...ก็พอแล้ว....
------------ Fake Word for Blue Mist --------------
---------- F i N ----------
เขินแฮะ เขียนฟิคแนวนี้ รู้สึกว่ามันเลี่ยน+ค่อนข้างเรื่องเปื่อย หลายๆที่ก็เขียนไม่ได้อย่างที่ตั้งใจ แง้ อิจฉาคนที่ใช้ภาษาเก่งๆจัง อย่า....อย่าสงสัยกระนั้นเลยว่าจั่วหัวขอบคุณสำหรับ 6996 แล้วมันเป็น 6996ตรงไหน (/โดนปาเกือก)
จบได้น่าตบมาก(เหอ...พยักหน้าอยู่ใช่มั้ย? รู้นะ) สารภาพว่าต้นฉบับที่เขียนเป็น 6996 แต่พอเอาลงคอมดันเป็น 1896...เพราะส่วนตัวไม่ค่อยเข้าใจความสัมพันธุ์ของมุคู้วกะโคลมเท่าไหร่(แบบไม่อยากอ่านสปอยล์หมด เดี๊ยวไม่มีให้ลุ้น-*-)+เวลาจิ้นฉากฮิบารินยิ้มให้โคลมแล้วรู้สึกว่าดูดีแหะ(ถึงจะเป็นยิ้มแบบเดียวกะมุคู้วแต่พออยู่บนหน้าฮิบารินแล้วดูดีกั่ว :D)+มันเป็นneedของคนเขียน(โอ้ว เหตุผลนี้น่าตบ) บวกอีก 2 ปัจจัยหลัก คือสปอยล์ตอนที่169
อะฮื้อ...สายตาทั่นช่าง.....อะไรเยี่ยงนั้น (จิ้นไปเองอีกละ)
กะแคปอนิเมตอนที่ 65 จากบล็อก ทั่นเบนซ์
เห็นเหมือนผมมั้ยครับทั่นผู้ชม.....มองตากันหวานเชื่อม(?) =[]= แถมยิ้มด้วย โฮกอยู่หลายวันจนไปโหลดอนิเมของจริงมาดูถึงได้รู้ว่าเค้ามองอย่างอื่น =A= แหม ช้าไปไหมเธอ ตูข้าจิ้นไปถึงดาวอังคารแล้ว
อืม...ผมก็ไม่ได้บอกว่าจะปันใจไปให้1896เต็มตัวหรอกนะงับ(แต่แอบจิ้นลึกๆไม่ได้) แต่ในส่วนตัวที่ผมคิดนะ...ผมว่าถ้าโคลมคู่กะฮิบาริน(ชอบเรียกยังงี้อ่ะ น่ารักดี ฮุ) เป็นอะไรที่น่ารับประกันได้ว่าจะไม่โดนหักอก...คงเป็นเพราะคาร์แรกเตอร์ของมุคู้วล่ะมั้ง?...ที่ออกจะร้าย และ....ในเรื่องของความน่าเชื่อถือพอเทียบกะฮิบารินแล้ว ทั่นฮิฯน่าเชื่อถือมากกว่า-*-
สุดท้ายนะฮะ ขอแฟนๆรีบอร์นทุกทั่นรู้จักแหล่งสูบแฟนอาร์ตรีบอร์นที่ไหนมั่งกรุณาแปะลิ้งค์ไว้ให้ลูกช้างด้วยเท้ออออ วายก็ได้ ไม่วายก็ดี ได้6996 หรือ 1896 จะเป็นบุญอย่างมาก สาธุ~~
ปอลอว์. ถึงจะว่ายังโง้นยังงี้ก็ยังรัก 6996 อยู่นะจ้ะ วอนแม่ยกอย่าเพิงงอน
ปอปอลอว์. รู้สึกว่าฮิบารินในเรื่องเหมาะกับเพลงที่ร้องว่า “ฉันไม่ได้หวังทำดีให้เธอมากันรักกัน” ดีแฮะ (จำไม่ได้แล้วว่าชื่อเพลงอะไร ใครรู้ช่วยสงเคราะห์หน่อยเถอะคร๊าบ)
ปอปอปอลอว์. หลังเอนทรี่นี้ก็ขอหายหัวไปซักพักล่ะกรั๊บจะสอบแล้วน่อ
ปอปอปอปอลอว์. ผมไม่ได้บังคับนะ แต่คอมเมนต์ให้หน่อย (ฮา...)
ฝันดีทุกคนนะฮะ
edit @ 4 Feb 2008 18:24:03 by -((666 Error))-
edit @ 16 Feb 2008 10:38:33 by -((666 Error))-
edit @ 4 Aug 2008 16:02:54 by -((666 Error))-
เจ๋งหวะชอบๆ
นัง 18 แอบตีท้ายครัวชาวบ้านเร้ออออออออออ!!
69 ของเจ๊ระวัง 96 จะโดนเจ้าเมฆหน้าตายคาบไปกินน้า TT[]TT
อ่านแร้วอินเฟร้ยยยยยยยยยยยยยย!!!
นัง 18 เอ็งต้องไปกดนัง 27 โน่น!!! *[]*/
กร๊าซซซซซซซซซซซซซ!!!
อ่านแร้วรู้สึกอยากตบนัง 18 ขึ้นมาทันใด!!
แต่ก้ออดคิดไม่ได้ว่านัง 18 จะน่ารักกว่า
หากว่าได้โคลมมาอยู่ใกล้ๆ TT^TT
#1 By [=NEII=] : 1 ในผู้สนับสนุนให้ 6996 คู่กันอย่างเป็นทางการ on 2008-02-03 20:07