[Fic KHR]Snowwhite(69 96)
posted on 14 Jun 2008 19:41 by saso-kun in Fictionsลัดคิวแถกเจ้าเปลกะทั่นเกดมาอัพฟิคให้พี่เขยก่อง 555+
Fic HBD 69
Pair: 69 96 <<พิมพ์เว้นวรรคซะ ยังรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่เอาตัวละครชนกันเฉยๆ...ไม่ได้มีอะไรในกอไผ่
Note : -ฟินี้อาจจะไม่อยู่ยั้งยืนยงถึงตี2 ถ้าไอ่เจ้าของบล็อกมันเกิดอายภาษาตัวเองขึ้นมา เอนทรี่นี้ถือว่าสาบสูญนะ อิอิ
- ปั่นในเวลาที่หลายอารมณ์ในหัวตบกันวุ่นวาย ฟีลของเรื่องเอาแน่เอานอนไม่ได้ เพราะฉะนั้นอย่าเอาอะไรกับมันมากนะจ๊ะ
- อยากปาเกือกจงปาเกือกผ้าใบสีดำ(อันเก่าเพิ่งโดนห้องปกครองยึด) อยากตบจงหาผ้านุ่มๆรองมือ อยากปาระเบิด จงปาโกเคะมาจะเป็นโอเชกั่วนะ เอิ๊กๆ
++++++++++++++++++++++++++++++++
8 giugno / kokuyoland
“ราตรีสวัสดิ์”
มือสีขาวเอื้อมปิดสวิตซ์ไฟ ปล่อยให้ความมืดโอบกอดรอบกายกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับรัตติกาล ร่างบางวางกล่องที่ถูกห่อด้วยกระดาษสีสวยลงบนโต๊ะข้างโซฟา ก่อนจะเอนตัวลงนอนที่นั่น
แว่วยินเสียงกระซิบแห่งวินาที ตางามที่เหลือเพียงข้างเดียวเหลือบมองหน้าปัดนาฬิกาบอกเวลา 22.18น. มือเล็กดึงผ้าห่มคลุมถึงไหล่...ไม่ใช่เพื่อตัวเอง...แต่เพื่อใครบางคนที่จะปรากฏตัวเมื่ออรุณมาเยือน
เนื้อผ้าเก่าเสียดสีผิวเนื้อ แม้จะไม่นุ่มสบายเหมือนเตียงในห้องของตัวเอง ซ้ำยังส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุกคราที่ขยับตัว...ไม่ได้ทำให้ความตั้งใจหายไป
ปิดเปลือกตาลง ยังไม่ง่วง แต่เธอต้องหลับ...และไปที่นั่น
....ที่ที่ “ความฝัน” รอเธออยู่....
**************************************************
เธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง ในสถานที่ที่ไม่รู้จัก
ภาพเบื้องหน้าพร่ามัว เหมือนมีมือที่มองไม่เห็นกำลังร่างภาพบางอย่างบนผืนผ้า
ดวงตาสีสวยกระพริบครั้ง
ภาพค่อยชัดขึ้น มือที่มองไม่เห็นเริ่มลงสี...และเก็บรายละเอียด...เป็นเหมือนฝ้าเพดานสีน้ำตาลไหม้ ไม่ใช่ทิวทัศน์ขาวโพลนปกคลุมด้วยหมอกเช่นทุกครั้ง
เด็กสาวยันร่างลุกขึ้น กวาดสายตาไปรอบตัว...นี่เป็นที่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในโลกมายาของเธอกับเขา...ไม่ว่าจะเป็นโซฟาขนสัตว์นี่เธอนั่งอยู่ ชั้นหนังสือเล็กๆที่กลายเป็นที่แขวนผ้าพันคอและเสื้อแขนยาวสีเขียวตัวคุ้นตาหรือผนังทาสีน้ำตาลที่หน้าต่างไร้ม่านกำลังแสดงสภาพอากาศข้างนอกอันเต็มไปด้วยม่านหมอก....
ร่างบางลุกยืนบนพื้นไม้โอ๊ค ให้ความสนใจกับสิ่งรอบตัว...ประตูบานหนึ่งครางเสียงแง้มเบาๆ เพลงทำนองอ้อยสร้อยบรรเลงแผ่วๆราวคำเชิญชวนให้ก้าวเท้าไปสู่อีกห้อง
“ท่านมุคุโร่...?” ส่งเสียงเบาบาง เดินไปผลักบานประตูให้กว้างขึ้น หวังจะได้พบรอยยิ้มที่คุ้นเคยอยู่ที่นั่น...แต่ก็เปล่า...
ก็แค่ห้องห้องหนึ่งเท่านั้น...เพียงสิ่งที่ตรึงตาเป็นเตาผิงก่ออิฐที่อยู่หลังโซฟากลางห้อง นาฬิกาคุณปู่กระดิกเข็มเป็นจังหวะคลอเพลงจากเครื่องเล่นแผ่นเสียง ลูกบอลผ้า ตุ๊กตาไม้แกะสลักวางเรี่ยรายบนเตาผิง
....ไม่หรูหรา แต่สวยงามเหมือนฉากหนึ่งในหนังสือนิทานที่เคยท่องในวัยเยาว์....
“ เหมือนกระท่อมคนแคระเลย...”
“...ถ้าอย่างนั้นเจ้าหญิงนิทราอยู่ไหนล่ะครับ?...”
เสียงกระซิบมาพร้อมกับความไม่คาดฝัน เด็กสาวไหวตัวนิดตามสัญชาติญาณ แม้จะรู้อยู่แล้วว่าเจ้าของเสียงนั้นเป็นใคร
“ยินดีต้อนรับ...สู่ความฝันของเรานะครับ” ย้ำสองถ้อยคำราวแฝงความนัย ส่งยิ้มแสนหวานให้แทนคำทักทาย...หากมีค่ามากกว่า
“...ท่านมุคุโร่”
“ขอโทษที่ไม่ได้มารับแต่แรกนะครับ กำลังสนุกอยู่กับเจ้านี่” นักท่องฝันวาดมือไปรอบตัวในความหมายที่หมายถึงสถานที่ก่อสร้างแห่งนี้ “ยังมีอีกห้องที่ยังไม่ได้จัด...แต่ไม่เป็นไร”
เด็กหนุ่มคว้าผ้าพันคอจากอากาศที่ว่างเปล่าวางลงบนบ่าของเธอ นัยน์ตาสองสีจ้องดวงหน้าเล็กๆแล้วเอ่ย
“ชอบมั้ยครับ?..ที่นี่น่ะ”
“ค่ะ”ผงกหน้ายืนยันคำตอบ ตากลมโตมองไปรอบกายอีกครั้ง...”ทำให้คิดถึงกระท่อมคนแคระที่คุณย่าเล่าให้ฟัง”
“กระท่อมคนแคระ...?”
“จากนิทานเรื่องสโนไวท์น่ะค่ะ” มองใบหน้าคมที่ยังไม่มีอาการแสดงว่ารู้จักเรื่องที่เธอเอ่ย “ไม่เคยได้ยินเหรอคะ?”
“ขอโทษนะครับ ดูเหมือนว่าจริงๆแล้วผมไม่รู้จักนิทานเลยสักเรื่อง”....หรือจะบอกว่าไม่สนใจดีล่ะ
เด็กหนุ่มมองคนตัวเล็กที่ไม่ว่าอะไรแล้วก้มกระซิบเบาบาง “งั้นโคลมก็เล่าให้ผมฟังก็ได้นี่นา”
มือเรียวรุนหลังเด็กสาวให้ก้าวไปยังโซฟาที่หันหน้าให้เตาผิง กดไหล่ลงในความหมายให้นั่งลง ก่อนที่ตัวเองจะขัดสมาธิกับพื้นพรม เท้าแขนกับที่วางแขนของโซฟา
“...แต่ว่า”
“เถอะนะ...ผมอยากฟัง” วางคางบนฝ่ามือ ตาสองสีจ้องมาอย่างแววตาของเด็กๆ..เธออดใจอ่อนไม่ได้กับแววตานั้น
เสียงหวานเริ่มกล่าวความกรื่อนกระแท่นบ้าง แต่ไม่นานก็เริ่มลื่นไหล...รู้สึกแปลกๆที่ต้องเล่านิทานให้คนอายุมากกว่า...แต่เธอไม่โทษเขา ที่ที่เขาอยู่เมื่อยังเยาว์นั้นโหดร้ายเกินกว่าจะมีใครปลอบใจกับด้วยการเล่านิทาน
เรื่องเรื่อยไหลไปตามจังหวะเนื้อเรื่อง เริ่มจากความงามตามคำบอกเล่าของกระจกวิเศษ...ราชินี...คำสั่งฆ่า...และคนแคระ...
เธอเล่าถึงตอนที่สโนว์ไวท์กินแอปเปิ้ลของแม่มด...แววตาพูดได้ของนักท่องฝันบอกอะไรบางอย่างกับเธอ
“...นางเข้าสุ่ห้วงนิทราอันยาวนานจนเทบเป็นนิรันดร์...ว่ากันว่าหากได้จุมพิตจากเจ้าชาย...ที่นุ่มนวลราวกลีบกุหลาบ นาง...ก็จะฟื้นคืนจากนิทรา...เช่นนั้นแล้วเหล่าคนแคระจึงนำร่างนางวางในโลงแก้ว...รอเวลา ที่เจ้าชายจะปรากฏตัว...”
...เขายิ้ม...เป็นยิ้มที่ประหลาด...ไม่ใช่เย้ยหยัน...
...ราวกับว่ากำลังยิ้มให้กับชะตาของนางสโนไวท์...
....ชะตาของตัวเอง....
ไม่นานนักนิทานก็เรื่อยไหลมาถึงตอนจบ...จบอย่างที่นิทานทุกเรื่องควรเป็น
...ทั้งคู่อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดกาล....
นิ่งนาน...เด็กหนุ่มก็คลี่ยิ้ม “ขอบใจนะ...เล่าได้สนุกมาก”
“กำลังคิดอะไรอยู่เหรอคะ?” เลือกที่จะถามถึงความหมายในตาสองสีนั้นมากกว่าตอบรับคำขอบคุณ มุคุโร่ชะงักนิดก่อนจะเลิกคิ้ว
“สีหน้าผมบอกอย่างนั้นเหรอครับ?” ...เด็กสาวเม้มปากเข้า แต่ไม่ได้ว่าอะไร
“ผมแค่คิดน่ะ” ปลายนิ้วมนไล้เรียวปาก “ว่าแค่จูบเท่านั้น...ถึงกับปลุกสโนไวท์ได้เชียวเหรอ...”
“เพราะอย่างนั้น...ถึงได้เรียกว่านิทานไงคะ”
“นั่นสินะ” เขาหัวเราะ เบนสายตาอ่อนแสงสู่เตาผิง ปิดเปลือกตาลง“ก็แค่นิทานนี่นะ”
“...กำลังรอเจ้าชายอยู่เหรอคะ...?”
“จะบอกว่าผมเป็นสโนไวท์อย่างนั้นเหรอครับ?” ได้ยินเสียงหัวเราะเบาบาง....
“ขอโทษค่ะ”
“ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรซักหน่อยนี่ครับ” มือใหญ่เอื้อมตบศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมสีดำเหลือบม่วงเบาๆ “อันที่จริงผมอาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้นะ...สโนวไวท์น่ะ”
“คะ...?”
“สโนวไวท์ที้กินแอปเปิ้ลจนถูกพันธนาการในโลงแก้วไงล่ะ”
....แต่ในกรณีนี้ คงเป็นสโนว์ไวท์ที่อาจหาญกัดแอปเปิ้ลนั้นเองสินะ...เพื่อหวังจะได้ครองแอปเปิ้ลต้องสาปนั้นจนหมดลูก....
“...สโนว์ไวท์ที่บาปหนาอย่างผมน่ะ...จะมีเจ้าชายมาช่วยรึเปล่านะ?”.....หรือว่าต้องนอนอยู่ในโลงแก้วตลอดกาล?
“...ท่านมุคุโร่...”
...อา...คนแคระไร้พลังอย่างเราจะทำสิ่งไรได้....
...เพียงรับรู้และเฝ้าดูการนิทราของเจ้าหญิงเพียงห่างๆ....
....ไม่อาจเอื้อมเปิดฝาโลงแล้วช้อนร่างนางขึ้นจุมพิต....
....ในเมื่อ...เราไม่ใช่เจ้าชายที่นางปรารถนา....
ร่างบางเอื้อมมือออกไป แต่ก็ตัดสินใจหยุดไว้แค่นั้น ปลายนิ้วเรียวกำเข้าหากัน...เตือนตัวเอง...อย่าทำอะไรก็ตามที่แสดงว่าสงสารหรือเห็นใจ...หาไม่แล้วคงไม่ต่างอะไรกับการตอกย้ำคนตรงหน้าว่าไร้พลัง
ตาสองสีมองออกไปนอกหน้าต่าง ที่ปรากฏเพียงม่านหมอกขาว...หากบนดวงตานั้นสะท้อนภาพเจ้าชายองค์ใด...
...อีกครั้ง กับบรรยากาศของความเงียบ แม้แต่นาฬิกาคุณปู่หรือแผ่นเสียงยังหยุดด้วยเกรงสภาวะไร้เสียงอันน่าอึดอัด...
“...ท่านมุคุโร่คะ...” เจ้าของชื่อผินหน้ามาในเชิงรับรู้
“เมื่อกี้บอกว่ามีอีกห้องที่ยังแต่งไม่เสร็จสินะคะ” คนตัวเล็กลงมานั่งในระดับเดียวกับเด็กหนุ่ม
“...ครับ”
“ให้ฉัน...ช่วยแต่งนะคะ” กระซิบเสียงแผ่วเบาราวไม่มันใจในคำพูด ตาคู่สวยแสดงอาการประหม่า มุคุโร่วาดยิ้มบาง
“ได้สิ” ร่างสูงค่อยลุกขึ้น ส่งมือให้เด็กสาว ดึงร่างเล็กๆให้ลุกตาม...ในความเงียบเธอได้ยินเพลงเล่นทำนองหวานแว่วอีกครั้ง...
สองร่างก้าวตามกันไปยังห้องที่ยังรอการแต่งเติม....
.....คงมีแค่สิ่งนี้ ที่คนแคระทำเพื่อเจ้าหญิงได้...
ห้องนั้นยังสภาพดังกล่องเปล่าที่ถูกปูพื้นด้วยไม้โอ๊ค มุคุโร่บอกว่าอยากให้ห้องนี้เป็นห้องนอน
....หรืออีกนัยคือที่เก็บร่างของเจ้าหญิงสโนไวท์....
ทั้งคู่เริ่มทำการจัดวางพื้นที่คร่าวๆ...มุคุโร่ตามใจเธอ ปล่อยให้ออกแบบตามใจชอบ โดยที่เขาเพียงออกความเห็นเสริมเป็นบางครั้ง
เขาสร้างเฟอร์นิเจอร์ด้วยมายา...ต่างถูกสร้างขึ้นมาแบบตามใจฉัน...ส่งของประดับให้เธอวางไว้ตามที่ที่เธอเห็นสมควรอยู่...บางชิ้นเธอสร้างขึ้นเอง... ไม่นานนักทั้งห้องก็เต็มไปด้วยสิ่งประดับทั้งเก่าใหม่คละกันไป...ราวกับโลกของเทพนิยาย
นักท่องฝันก้าวถอยหลังออกมา มองภาพห้องนอนที่จัดแต่งจนเสร็จ(ด้วยฝีมือของเธอ) วาดสายตาไปยังตุ๊กตาตัวใหญ่ข้างเตียง...ลูกบอลไหมพรมสีหวานเรี่ยรายตามพื้น...นางฟ้าแกะสลักตัวน้อยๆวางเรียงเคียงหน้าต่าง....
“...เหมือนห้องเด็กผู้หญิงเลยนะครับ” เขาหัวเราะเบาๆ
“ใช่แล้วล่ะค่ะ...” เสียงตอบไม่ได้หัวเราะตามด้วย...สัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่เจืออยู่ด้วย มุคุโร่เลิกคิ้วอย่างที่สงสัยอยู่ในที
“ฉันตัดสินใจแล้ว....” ร่างเล็กๆก้าวผ่านเขาไป มือเล็กวางไว้ตำแหน่งหัวใจ ก่อนจะทรุดร่างนั่งลงบนเตียงเกลื่อนตุ๊กตา
“....คืนนี้ฉันจะอยู่ที่นี่ค่ะ....”
“...อะไรนะครับ?”
“พรุ่งนี้เป็นวันที่ 9 มิถุนา....วันเกิดของท่าน” ลูกปัดแก้วสีอเมทิสต์สบตา พลางยิ้มให้...อย่างอ่อนหวาน...อย่างแสนเศร้า “ฉันวางของขวัญไว้ให้ที่ข้างโซฟานะคะ...”
“......”
จะไร้ใจเกินไปหรือเปล่า...? ถ้าจะตอบรับความหวังดี.....
อิสรภาพถูกหยิบยื่นให้แล้ว....รอเพียงเขาเอื้อมมือไปรับเท่านั้น....
....รับ...แล้วพันธนาการผู้ให้ไว้ในโลกแห่งฝันอันเดียวดาย....
“...อยากให้ท่านเห็นของขวัญของฉันนะคะ...”
...เขาควรจะดีใจ...?....หรือไม่ใช่....?
....แบบนี้...ยิ้มจะดีรึเปล่านะ....
มือเรียวเอื้อมออกไป ลูบบนเรือนผมสลวย ย่อร่างลงต่อหน้า สบตาคู่สวยนิ่งนาน
“....ผมจะกลายเป็นคนใจร้ายรึเปล่านะ...?”
“...ไม่หรอกค่ะ...” เธอหัวเราะด้วยเสียงที่ไม่เดียงสา...มือเล็กแตะที่เรียวปากตัวเอง “ได้เวลาที่สโนไวท์จะตื่นแล้วนะคะ”
.....ถึงจะชั่วคราวก็ตาม...ด้วยกำลังที่อ่อนแอ เราทำได้เพียงแค่นั้น....
นักท่องฝันขยับปากเหมือนจะพูดอะไร...แต่ก็เลือกเก็บมันไว้กับตัว
“...แล้วผมจะรีบกลับมานะ...”
ลดมือประคองที่แก้มใส สะกิดริมฝีปากที่หน้าผากนวล แล้วร่างสูงก็เดินออกจากที่นั่นโดยไม่หันกลับมา ปล่อยให้บานประตูปิดลง...อย่างเชื่องช้า...
....ปัง
ลมทำหน้าที่ถ่ายทอดเสียงให้เด็กสาวทราบว่า เจ้าหญิงไปแล้ว...ไปสู่โลกที่นางจากมาแสนนาน....
ร่างเล็กล้มลงบนเตียง....ตัดสินใจแล้ว...การให้สโนไวท์ตามหาเจ้าชายก่อน อาจเป็นวิธีที่ช่วยให้นางฟื้นจากโลงแก้วได้เร็วขึ้น....
จงตามหาเถอะ...ฟ้า ฝน ลม เมฆ แสงอรุณ หรือ สายฟ้า...สิ่งใดคือเจ้าชายที่นางปรารถนา
หัวใจของนางอยู่ที่เจ้าชายองค์กันแน่....
เด็กสาวปิดเปลือกตา...ฟังเสียงความเดียวดาย
....ได้ยินเสียง...
...เสียงร้าว และ ดวงดาวที่ร่วงหล่น...
หล่นลงตรงนี้...จากใต้แพขนตาสีดอกหญ้า...เอ่ยหนึ่งประโยค...เอ่ยกับตัวเอง....
“....แล้วเจ้าหญิงกับเจ้าชายก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข...ตลอดกาล....”
....ไม่ใช่คนแคระ....
..........
................
........................
9 guigno /Kokuyuland
เขาได้ยิน...เสียงนกร้อง....
ตาสองสีกระพริบขึ้นช้าๆ แสงอาทิตย์ส่องลอดผ้าม่าน...เจิดจ้าจนต้องยกมือขึ้นป้อง ...ก็แค่แดดอ่อนยามเช้า...แต่ผิดปรกติที่สายตาของเขาเอง...ที่ยังไม่ชิน...
เขาพยุงตัวลุกช้าๆ มือสัมผัสเนื้อโซฟาหยาบที่ห่างเหินไปนาน...ผ้าห่มผืนนุ่มร่นจากไหล่ไปกองที่หน้าขา ไพล่นึกถึงคนในห้วงฝันแล้วคลี่ยิ้มกับตัวเอง
...เด็กคนนั้นคงกลัวเขาหนาว ถึงได้ห่มไว้...เขารู้ว่าโคลมไม่ใช่คนขี้หนาว....
ตาสองสีกวาดไปทั่วบริเวณที่เคยอยู่...มันไม่เปลี่ยนไปเลย แค่สะอาดและเรียบร้อยขึ้น
เขาสังเกตเห็นกล่องห่อกระดาษสีหวานวางอยู่ข้างกาย
.....อยากให้ท่านเห็นของขวัญของฉันนะคะ.....
ค่อยแกะกระดาษห่อ...นึกถึงความรู้สึกของคนให้ว่าถ้าหากตื่นมาเจอกล่องของขวัญตัวเองถูกฉีกกระจุยกระจาย...ก็คงไม่ค่อยดีนัก
ไม่นาน”เปลือก”สีสวยก็ถูกถอดออก ภายในก็ยังเป็นเปลือก อีกชั้นเป็นกล่องเล็กๆ ขยับเบาๆก็ได้ยินเสียงบางอย่าง....ไม่ใช่เพียงเสียงของภายในกระทบกัน...
สะกิดฝาให้เปิด...นัยน์ตาคู่คมนิ่งค้างไปวินาทีหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆกระพริบหรี่พร้อมเปิดยิ้ม
“ขอบใจนะ...โคลม....”
....Buon Compleanno...,Mukuro sama
-Fin-
บอกแล้วไงล่ะ ว่ามันไม่มีอะไรในกอไผ่ กร๊ากกกกกกกก (ไม่มียังงี้เองเรอะ ทู่เรศศศศศศ)
จบแบบงงๆ เล่าเรื่องก็แบบงงๆ ทั้งหมดทั้งมวลเป็นความผิดของโครงงานวิทย์ (ไอ้กฤษหนีความจริงงงงง)
ตลกน่าดู--เอามุกี้ไปเปรียบเป็นสโนไวท์(ยอมรับว่าแอบกลุ้มใจเล็กน้อย ฮา) มันเป็นความผิดของโครงงานวิทย์¬¬¬
ความจริงเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากฟิค6996ฟิคนึงที่เคยอ่านเมื่อนานมาแล้วจำไม่ได้แล้วว่าใครเป็นคนแต่ง ฉากหลังของเนื้อเรื่องเป็นวันคริสต์มาส
สรุปแล้วสุดท้ายก็ไม้ได้เฉลยว่าโคลมน้อยให้อะไรเป็นของขวัญตามุ....เอ้า ใครคิดว่าเป็นอะไรกันมั่งล่ะ แปะเม้นต์ไว้หน่อยเน้อ
+++++++++++++++++++++++
โซนตอบเมนต์:D
#1 By Saixmedrik on 2008-06-09 19:09
ถึงผมจะบอกว่าเผาพี่ก็เม้นต์ได้นะ แบบส่วนที่พี่ดูแล้วรู้สึกว่า “มันไม่ใช่อ่ะกิ๊ฟ” น่ะฮะ
ความจริงที่พี่เมนต์ไว้ให้หลายๆเอนทรี่ก็ทำให้ผมระวังมากขึ้นนะ เวลาวาดน่ะ ถึงยังงั้นก็ยังมีบางส่วนที่วาดแล้ววิบัติไม่หายอย่างพวกโครงหน้าเครื่องหน้าเนี่ย โอ้วววววววว
กร๊ากกกก เลือกป้าเหมียวเพราะอึ๋มน้อยที่สุดใช่ม้า?/โดนยิงหนังกะติ๊ก ไอ้นี่ เค้าอุตส่าห์วาดให้แล้วยังปากหมาน-*-
ว่าแต่ทำไมต้องยาคาร์บอน?=A=
3เอนทรี่หลังนี่ผมทำตามคำพูดที่ว่า “จงหาช่วงอัพฉ่อยเมื่อมีโอกาส”ฮะ555+ ล้อเล่นน่า อย่างน้อยของพี่ก็ไม่ฉ่อยละ
ปล.เมื่อวานไปเล่นด้วยที่บล็อกนี่...โกรธรึเปล่า?
#2+6 By Enigami Xelfer : รัก คลั่ง1896~ on 2008-06-09 19:10
สรุปเมนต์ได้ว่านอร์มอลสุดยอดดดดดด(ไอ้กฤษ หาพวกอีกแล้วนะ)
กระดูกหัก โดนกอดแบบลุงอาร์ม เอ้อ แต่ก็สุขเกิดมาเพิ่งโดนสาวกอดชนิดแนบแน่นระดับนี่555+ /โดนเตะล้อเล่นน่ะ
#3 By M@IVa{มานา} on 2008-06-09 19:20
แสดงว่าตามเบิร์ดเดย์หมอแกมาหลายบล็อกแล้วจินะ ถึงจำไม่ได้เนี่ย หุหุ
Me/จับมือๆ เราหนับหนุน6996 XDDD
#4 By Imm_Karl on 2008-06-09 19:36
ถ้าวายอยู่จงเข้าสายนอร์มอลซะสิ ทั่นคาร์ล หึหึหึ /แสยะยิ้มในมุมมืด
#5 By (¯`°.•°lisa •.°´¯) on 2008-06-09 20:03
เจอพื่อนร่วมอุดมการณ์อีก 1 ม่ะ จับมือๆ
#6 By [Hi-bird] Mode : InTheYaoiLanD!! on 2008-06-09 20:12
สุขสันต์วันสับปะรดคร๊าบ แต่ไม่เอาวายได้มั้ยอ่ะ จะเอานอร์มอลๆๆๆXDDD
#7 By ZpElL on 2008-06-09 20:16
ยะ....หยาบคายที่สุด เอาความฝันของชาวนอร์มอลคืนมานะ*[]*/(เอาเข้าไป เมื่อไหร่มันจะจบเนี่ย ประเด็นเนี้ย-*-)
น้อยๆหน่อยเจ้าสเปล เล่ม13 น่ะบทนายบ่าวมันซักกี่หน้ากันเชี้ยว (แล้ว6996ของเอ็งมันกี่หน้าฟระ ถมอยู่นั่น)
#8 By ~+ i R i s + ~ on 2008-06-09 20:31
จ้า
#9 By CHIIYO +~แม่ชีลัทธิ Otaku~+ on 2008-06-09 21:59
วาดให้จริงๆฮะ แต่เป็นรูปนะ ขอบคุณที่รับเควสโด 1896น่ะฮะ (เอนทรี่ที่แล้วตอบค่อนข้างกำกวม อยากได้คู่ไหนก็แปะเมนต์ไว้ได้เลยฮะ)
#10 By ★ P.Pumpkin : HIBARI SAMA BANZAI~!! on 2008-06-10 16:49
นี่มันเรื่องอะไรก๊านนนน ทำไมคนรอบข้างกลายเป็น 1896กันหมดดดดดดดด=[]= (ได้ข่าวว่าเอ็งก็เป็น?)
#12+13 By せな*ちゃん on 2008-06-10 18:44
1896 แจ่มกว่านะคุณ หึหึหึ
ดิสเจาะลิ้นนั่น คาดว่าไม่ใช่ของจริงฮะ
*ขำหน้ากากสับปะรด* อ่านแล้วนึกถึงหน้ากากทักซิโด้ในเซเลอร์มูน กร๊ากกกกกกก
#14 By minicorn@Maki,Cloud,Vivi,Alisa on 2008-06-10 19:08
เอ้อ ขานี้ยังไม่ได้ไปเมนต์ให้ โทษทีเน้อ ไม่ได้ลืมหรอก แต่เนตเราอืดมาก เข้าบล็อกคอร์นแล้วกว่าจะได้อ่านมันนานง่ะ กะว่าจะเกาะเนตสนง.แม่รึไม่ก็เนต ร.ร. เมนต์ให้เอานะ
#15 By *~keko~* on 2008-06-10 19:16
ใช่แล้น น่ารักนะเธอ อำลา6927จา6996กันเต๊อะ/โดนเตะ
#17 By :::Patricia::: on 2008-06-14 00:27
ทางนี้ก็แอบตกใจ แบบว่าคนดังร.ร.ลูกบาศก์มาเอง ยินดีที่ได้รู้จักนะคร๊าบหญิงแพต
ชอบรีบอร์นเหมือนกัน วันหลังก็มาคุยกันได้นะ:D
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ปล. เอาshout box ลงบล็อกยังงัยเนี่ย โอ้ววววววว
ปปล. อยากเอาเพลงลงเฉพาะเอนทรี่ง่ะ ทำงัยหว่า
++++++++++++++++++
edit @ 15 Jun 2008 13:23:48 by -((666 Error))-
อ่านแล้วคลั่งๆๆ
#1 By Rain*~ [เบื่อชีวิต] on 2008-06-14 20:53